ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blogger ในโครงการคิดอ่านเขียน

มาทำความรู้จักกันก่อน 😊❤
ดิฉัน นางสาวนิศากร วะจิดี ชื่อเล่นมาย เกิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2541ขณะนี้ดิฉันเป็นนักศึกษา สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
blog นี้จัดทำเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนในรายวิชา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ปนัดดา ทรัพย์สมาน
วันนี้จะมาให้ความรู้เรื่องบุคคลสาบสูญ เชิญศึกษาได้เลยค่าาาา 👇😊
ความหมายของการสาบสูญ
การสาบสูญ คือ การสิ้นสภาพบุคคลโดยกฎหมาย กล่าวง่าย ๆ คือ การตายโดยผลของกฎหมาย หรือที่กฎหมายถือว่าบุคคลนั้นได้ตายไปแล้วนั่นเอง
เหตุในการยื่น
การสาบสูญ มี ๒ ประเภท คือ
1. กรณีธรรมดา
คือ บุคคลได้ไปจากภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ เป็นเวลา 5 ปี ติดต่อกัน โดยไม่มีผู้ใดทราบแน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว เช่น ไปทำงานที่ต่างจังหวัด แล้วไม่กลับมาอีกเลย หรือออกจากบ้านไปเฉย ๆ แล้วไม่กลับมาอีกเลย และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ คือ ไม่มีใครทราบข่าวคราว ไม่เคยติดต่อญาติเลย ไม่มีใครพบเห็นอีกเลย และ การหายไปนั้นได้หายไปเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน นับจากวันที่ออกไป
2. กรณีพิเศษ
คือ บุคคลที่ไปถึงสมรภูมิแห่งสงครามหรืออยู่ในการรบ หรือตกไปอยู่ในเรือที่อับปาง หรือสูญหาย ไป หรือไปตกในฐานที่เป็นภยันตรายแก่ชีวิตประการ อื่นใด หากนับแต่เมื่อภยันตรายประการอื่นๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้วนั้นได้เป็นเวลาถึง 2 ปี ยังไม่มีใครทราบว่าบุคคลนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ตัวอย่าง
- กรณีไปรบในสงครามเช่น นายดำเป็นทหารซึ่งประเทศไทยส่งไปร่วมรบที่ประเทศติมอร์ ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2547 การรบสิ้นสุดในวันที่ 25 ธันวาคม 2547 จนกระทั่งบัดนี้นายดำไม่กลับมาประเทศไทยอีกเลย และไม่มีผู้ใดพบศพ ดังนั้นวันแรกที่จะเกิดสิทธิในการร้องขอให้นายดำเป็นบุคคลสาบสูญได้คือวันที่ 25 ธันวาคม 2549
- กรณีเกิดภัยธรรมชาติเช่น วันที่ 15 ธันวาคม 2547 นายดำเดินทางจากกรุงเทพไปเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต ญาตินายดำทราบว่านายดำไปเที่ยวภูเก็ตแล้วจะกลับมาหลังปีใหม่ ปรากฎว่าในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เกิดคลื่นยักษ์ซินามิขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังเกิดเหตุการณ์ญาติออกตามหาแต่ไม่พบนายดำ จะร้องขอให้เป็นคนสาบสูญได้ ก็ต่อเมื่อถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2549
- กรณียานพาหนะที่เดินทางอับปางเช่น ขึ้นเครื่องบินเดินทางไปภูเก็ต ในวันที่ 15 ธันวาคม 2547 เครื่องบินตกวันนั้นเลย วันแรกที่จะขอให้ดำเป็นคนสาบสูญได้ คือ วันที่ 15 ธันวาคม 2549
ผู้มีสิทธิร้องขอ
- ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น บิดา มารดา บุตร สามี ภริยา
- พนักงานอัยการ
ผลของคำสั่งศาล
เมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว ให้ถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนด 5 ปี หรือ 2 ปี นับแต่วันที่หายไป หรือได้ทราบข่าวคราวเป็นครั้งสุดท้าย แล้วแต่กรณี
กฎหมายให้สันนิษฐานว่า บุคคลนั้นถึงแก่ความตาย สิทธิหน้าที่ของบุคคลนั้นย่อมระงับลง ทรัพย์สิน(มรดก) ของบุคคลนั้นตกแก่ทายาททันที
หากต่อมาพิสูจน์ได้ว่าบุคคลที่สาบสูญนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ หรือตายในเวลาอื่นผิดไปจากเวลาที่กฎหมายกำหนดสันนิษฐานไว้ ก็ร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งได้
เขตอำนาจศาล
- ศาลที่มูลคดีเกิด (สถานที่ที่บุคคลนั้นสาบสูญ)
- ศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนา(ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน)
เอกสารที่ต้องนำมายื่นขอในการร้องขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ
- สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอ และของบุคคลที่สูญหาย
- เอกสารหลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องขอกับบุคคลที่สูญหาย เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร การจดทะเบียนรับรองบุตร
- บันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งเหตุว่าบุคคลนั้นสูญหาย
- บัญชีรายชื่อผู้สูญหาย กรณีสูญหายจากภัยพิบัติ ที่กระทรวงยุติธรรมประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- หลักฐานอื่น เช่น ประกาศหนังสือพิมพ์ หรือใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล
- ให้ถ่ายสำเนาเอกสาร จำนวน 4 ชุด
- ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการให้บริการ แต่ผู้ร้องจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายอื่นที่ศาลกำหนดเท่านั้น